ใครเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับบ้าง

ร่างกายของคนทุกคนมีความต้องการอาหารที่มีประโยชน์มากมาย สำหรับบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น ดังนั้นเราทั้งหลายต้องรู้ว่าควรทานอะไร ทานอาหารแบบไหน และควรทานอะไรเข้าไปเพื่อจะได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าสำหรับร่างกาย หากเราไม่ดูแลตนเอง อาจจะก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมา อาทิเช่น โรคไขมันพอกตับ เป็นต้น

เนื่องจากสารอาหารแต่ละอย่างส่งผลและมีสารอาหารที่สามารถเข้าไปช่วยร่างกายของเราให้แข็งแรง เช่น

  • กากใยอาหารสามารถป้องกันหรือช่วยในการเกิดโรคท้องผูกได้ โรคริดสีดวง และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคหัวใจ
  • แคลเซี่ยมสามารถช่ยป้องกันให้เกิดโรคกระดูกพรุน
  • วิตามิน เอ ซี อี ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ชรา

เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้ มีความจำเป็นอย่างมากกับร่างกายของเรา และสามารถแบ่งได้เป็น 6 หมวดด้วยกัน นั้นก็คือ โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ คาร์โบไฮเดรต น้ำ และไขมัน

ซึ่งสารอาการเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างกัน แต่หลักการทำงานนั้นมีจุดประสงค์ร่วมกันคือช่วยดูแลร่างกายให้มีความแข็งแรง ต้านโรคต่างๆ ถ้าหากเราทานอาหารในขนาดที่น้อยเกินไปควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน เราควรทานอาหารในขนาดพอเหมาะหรือขนาดที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่บริโภคแต่อาหารที่มีแต่ไขมันจนมากเกิน

กล่าวคืออาหารที่เราทานเข้าไปนั้น เป็นเปรียบเสมือนกับเราได้ทานยาเข้าไปเพื่อนำไปแก้ไขจุกบกพร่องของร่างกาย เช่นเข้าไปช่วยล้างสารพิษ หรือเป็นยาเพื่อป้องกันรักษาโรคด้วย เหล่าบรรดาแพทย์ไม่ว่าจะเป็นกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีกฎหรือกำหนดข้อปฏิบัติในการทานอาหารเพื่อสุขภาพของพวกเราหรือชาวไทยไว้ 9 ข้อ หรือเรียกอีกอย่างว่าเรียกว่าโภชนบัญญัติ 9 ประการ

  1. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  2. ควรดื่มนมให้เหมาะกับวัยและอายุเพื่อความเหมาะสม
  3. รับประทานปลา และควรรับประทานเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมันหรือมันน้อยหรือไม่ค่อยจะมีไขมัน หรืออาจจะเน้น ไข่ หรือถั่วเมล็ดแห้งก็ได้
  4. ควรรับประทานข้าวเป็นอาหารหลักและควรสลับกับอาหารที่เป็นจำพวกแป้ง อาจจะกินแป้งได้แต่เป็นครั้งๆไป
  5. ควรทานอาหารจำพวกพืชผักให้เยอะ ซึ่งควรมีผักอยู่ในอาหารทุกมื้อที่กินจะเป็นสิ่งที่ดีและควรรับประทานผลไม้ควบคู่ไปด้วย และเราควรรับประทานผลไม้ให้ติดเป็นนิสัย
  6. ควรทานอาหารที่มีไขมันให้น้อยลง ไม่ควรทานเยอะเกินความจำเป็นในแต่ละมื้อวัน
  7. ควรเลือกทานอาหารที่ไม่มีอะไรเจือปน หรือควรล้างผักผลไม้ให้ดีก่อนนำมาทาน
  1. ควรดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง หากเลิกได้ก็จะดี
  2. ไม่ควรทานอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านหรือเน้นหวาน และเน้นเค็มจนเกินไป